[...เก่าเก็บ...]

posted on 05 Aug 2013 23:14 by mvbizkit

 

 

ในที่สุดวันนี้ฉันก็ได้โอกาสสะสางข้าวของประดามีที่ฉันเก็บเอาไว้เสียที...ครั้นจะเรียกว่า...เก็บเอาไว้...คงไม่ถูกเท่าไหร่...อันที่จริงมันเป็นของจำพวก...ที่เรียกว่า...ยังตัดใจทิ้งไม่ลง...ต่างหาก...ด้วยสาเหตุ...(ที่พอจะยกมาอ้างได้)...ว่า....

 

หนึ่ง.           ฉันตั้งใจเอาไว้หลายวันแล้วว่าจะทำ

สอง.           ฉันกำลังหงุดหงิด...กับเรื่องบางเรื่อง

สาม.           ฉันอยากได้ลังพลาสติกเปล่าเพิ่มสักใบไว้เก็บหนังสือ

 

ฉันคิดว่า ลังพลาสติก เป็นสุดยอดนวัตกรรมแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเลยนะ...เพราะฉันชอบเก็บอะไรๆ ไว้ในนั้น...มันดูเป็นสัดเป็นส่วน ดูไม่รกสายตา และตัดปัญหาเรื่องฝุ่นไปได้ค่อนข้างดี...นานมาแล้วฉันเคยมีลังอย่างที่ว่าไว้เก็บของจุกจิกอยู่ทั้งหมดสามลัง อาจเป็นด้วยนิสัยส่วนตัวละมัง...ทั้งๆ ที่เป็นของที่เก็บเอาไว้แล้ว แต่ฉันก็ยังเก็บของในลังพวกนั้นอยู่เรื่อยๆ...(หวังว่าคุณจะไม่งงนะ)...และทุกครั้งที่ฉันสะสางของในลัง...ของสำหรับเก็บก็น้อยลงๆ ทุกครั้ง...

 

+ ฉันมี การ์ด สคส. เล็กๆ น่ารักๆ เยอะเลยนะ...ฉันเริ่มสะสมการ์ดพวกนี้ตั้งแต่อยู่สักประถมสองเห็นจะได้...เพื่อนๆ ที่เคยให้ สคส. หลายคนไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันอีกเลย...ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร...บางคนคงแต่งงานมีลูกไปสองสามคนแล้วมั้ง...

 

+ คนอย่างฉันเคยหัวสูงขอแม่เรียนเปียโนด้วยนะ....ตอน ป. สอง...นี่ไงหนังสือโน้ตเพลงเล่มหนึ่งของสยามยามาฮ่า...แต่เรียนได้ไม่นานก็ต้องเลิกเพราะมีอยู่วันหนึ่งฉันใจเสียสุดๆ ที่พ่อไม่มารับสักที ฉันกลัวไม่ได้กลับบ้านนะสิ...จนร้องไห้เสร็จถึงรู้ว่าพ่อมารออยู่ตั้งนานแล้วแต่ฉันไม่เห็นพ่อเอง...บ้าไหมล่ะนั่น...

 

+ ไม่อยากจะเชื่อเลย...ฉันมีตั๋วหนังแบบฉีกอยู่สามใบด้วยนะ...ถ้าจำไม่ผิดมันเป็นตั๋วหนังชุดแรกและชุดเดียวที่เราสามคนพี่น้องได้ไปดูหนังด้วยกัน...ฉันจำได้ว่าพี่เป็นคนต้นคิดอยากดูหนัง แต่แม่ไม่ให้พี่ไปถ้าพี่ไม่เอาน้องไปด้วย...

 

+ อะไรกันเนี๊ยะ...ฉันมีเวลาว่างมากขนาดมานั่งพับดาว พับหัวใจ ผีเสื้อ...บลา บลา บลา...เยอะขนาดนี้เลยเหรอ...จำได้ว่า...สมัยนั้นไม่มีเงินซื้อขวดโหลสวยๆ แบบที่เขานิยมใช้กัน...อะไรๆ ที่ฉันพับมันเลยอยู่ในขวดซอส อยู่ในกระปุกน้ำพริก กระป๋องขนมอะไรก็ไม่รู้...ว่าแล้วก็จัดการเอามาเทรวมกันไว้ในแจกันแก้วใบใหญ่ซะเลย...

 

+ เมื่อก่อนฉันมีการ์ตูนญี่ปุ่นเยอะเลยนะ...แต่รู้สึกว่าครั้งสุดท้ายที่จัดกล่องฉันขนไปขายร้านหนังสือเก่าเกือบหมด...ได้ตังค์มาห้าสิบห้าบาท เจ้าของร้านบอกว่าสำนักพิมพ์นี้มันเก่ามากแล้วน่ะ ได้เล่มละสองสามบาทก็ดีถมไปแล้ว...ตอนนี้ฉันเหลือเก็บไว้แค่ห้าหกเล่มเท่านั้นเองที่ฉันคิดว่าฉันชอบมากๆ

 

+ สมัยอยู่ ม.ปลาย ฉันเคยแอบส่งจดหมายไปตอบคำถามกับสถานีวิทยุด้วยนะ สองสามครั้ง แล้วก็ได้ของที่ระลึกจากสถานีด้วย อย่างเช่น โปสเตอร์นักร้อง รูปนักร้องพร้อมลายเซ็น แล้วก็นี่...ไม้ขีดไฟ ริคกี้ มาร์ติน...ไม่แน่ใจว่าใช้ขีดได้จริงๆ หรือเปล่า คือฉันไม่กล้าเอามาใช้...

 

+ ตลับเทปจะเยอะไปไหน...ไม่รู้ว่าฉันนิสัยดีหรือนิสัยแย่...ฉันเป็นคนที่รักษากล่องเทปกับปกเทปมากๆ เลยนะเรียกว่าซองพลาสติกห่อเทปยังอยู่เลย...ถอดซองออกนี่กล่องเทปใสกริ๊งเหมือนเพิ่งซื้อเมื่อวานนี้....แต่...ฉันเป็นคนไม่รักษาตัวเทปคาสเซ็ตนี่สิ...ตอนนี้ก็เลยเหลือเทปกับกล่องครบชุดอยู่แค่ไม่ถึงสิบเท่านั้นเอง...

 

+ ก็ไม่รู้ยังไงนะ...บรรดาเพื่อนสนิทสนมวัยเรียนของฉันชอบเขียนจดหมายให้ฉัน...พอวันนี้ได้มาอ่านอีกครั้ง...เพื่อนทุกคนเขียนพร่ำบ่น พรรณนาไปในแนวทางเดียวกันเดะ ทำนองว่า...ฉันช่างเป็นคนไม่ใส่ใจดูแลเพื่อนเอาซะเลย...ฉันมักชอบทำเพื่อนน้อยใจอยู่เนืองๆ....ซึ่ง...มันเป็นความจริงๆ ที่ฉันไม่เถียงหรอก...เพราะฉันก็รู้ตัวอยู่นะ ว่าฉันเป็นเพื่อนที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่...ไม่แปลกเลยที่ฉันเป็นคนไม่ค่อยมีใครคบ ฮา.

 

+ อันที่จริงก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเก็บฟิลม์รูปพวกนี้ไว้ทำไม...รูปที่ถ่ายไว้ก็ไม่ได้อลังการล้านแปด แสงเป๊ะ มุมเยี่ยม อะไรอย่างนั้น...และก็ไม่คิดว่าชิวิตนี้จะเอาฟิลม์ไปให้ร้านรูปที่ไหนๆ ล้างอีก...ก็แค่ตอนอยู่มหาลัยต้องเรียนวิชาถ่ายภาพ...แล้วบังเอิญฉันถ่ายรูปไม่ค่อยเก่งนะสิ ก็เลยต้องถ่ายเยอะๆ จะได้มีรูปดีๆ เลือกไปส่งครูได้บ้าง....

 

+ สืบเนื่องมาจากวิชาข้างต้น...ทำให้ฉันมีกล่องๆ อยู่กล่องหนึ่ง...กล่องที่ฉันไม่กล้าเปิด...เพราะครูเคยขู่ไว้ว่า...กล่องนี้ถ้าเธอแกะนอกห้องมืด...เธอเตรียมโยนทิ้งแล้วซื้อใหม่ได้เลย...กล่องกระดาษอัดภาพขาวดำนะสิ...ด้วยความจริงใจ...คือฉันคิดว่า...ถึงฉันจะไม่เคยฝืนกฏที่ครูบอกแต่ฉันคิดว่ากระดาษอัดรูปมันคงเสียไปหมดแล้วล่ะ...ฉันรู้สึกได้

 

+ พอดีกว่า...เดี๋ยวเก็บของไม่เสร็จกันพอดี...

 

คิดแล้วก็ตลกดีนะ...อะไรๆ ที่เราคิดว่าสำคัญในวันหนึ่ง ถัดมาอีกวันหนึ่งกลับกลายเป็นแค่ของธรรมดาๆ เท่านั้นเอง...จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้...ว่า....ของต่างๆ ที่เราเก็บไว้...เราไม่ได้เก็บไว้เพื่อจะเก็บไว้ต่อไปเรื่อยๆ หรอก...แต่เราเก็บไว้เพื่อจะทิ้งในวันที่เราพร้อมจะทิ้ง...ต่างหาก...

 

 

คงเป็นเพราะ...ฝนตกแน่ๆ

[MV]biZKit

23:08 pm

 

 

ปล. ตอนนี้...เหลืออยู่แค่ลังเดียวแล้วล่ะ...ฉันเก็บของ/ทิ้งของ...เก่งไหม?

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!
"ถ้าทำได้ จะไม่ขอทิ้งอะไรเลยสักอย่าง..."
big smile
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเก็บอะไรต่อมิอะไรไว้ จนห้องรกไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกอบอุ่นกับมันดี จริงๆคงยากที่จะหาอะไรใหม่ๆมาทดแทน... แต่เอ๊ะ! หรือจะเป็นมายาจากของเก่าๆกันแน่นะ >..<

ปล. สงสัยฝนจะตกบ่อย ดูแลสุขภาพกันด้วยเน้อ big smile

#5 By The Synapse on 2013-08-22 23:29

ของเก่า เป็นความทรงจำของแต่ละคนจริงๆ พอเอาออกมาก็ทำให้หวนคิดถึงวันเก่าๆอยู่เสมอ big smile

#4 By BLacKTeA on 2013-08-18 06:37

ของผมตอนแรกก็ว่าจะทิ้งหมดเลยครับ

เทป ซีดี หนังสือ

แต่ก็ตัดใจทิ้งไม่ได้สักที

รื้อออกมาทีไรก็เป็นเหมือนกัน

เอากลับไปไว้ที่เดิมsad smile

#3 By keaaaa on 2013-08-17 10:19

เก็บไว้ เพื่อที่เวลาเปิดออกมาดูอีกที เราก็จะมีความทรงจำดีๆผุดขึ้นมาอีกครั้ง surprised smile 

ของที่เก็บไว้ คล้ายๆกันเลยนะคะ ทำให้แน่ใจได้ว่า เราอยู่ยุคเดียวกันแน่ๆ 555 

#2 By Aoy+ on 2013-08-11 11:31

Hot! Hot! Hot!
ผมเป็นคนชอบเก็บของเหมือนกันครับ อะไรๆที่รู้สึกว่าเราได้มันมาก็อยากเก็บไปหมด เก็บแม้แต่บัตรเติมเงินเกมลายต่างๆสมัยยังเป็นเด็ก sad smile
พอห้องเริ่มรกก็ต้องทำการจัดการกับของเหล่านี้ แต่ทำไปได้แปปเดียวก้ต้องพ่ายแพ้ให้กับการนั่งนึกถึงอดีตของตัวเองกับของแต่ละชิ้นที่ตัวเองบ้าเก็บเอาไว้
บางอย่างก็ไม่กล้าทิ้ง เพราะเสียดาย
อาจจะไม่ใช่แค่บางอย่าง.. เกือบจะทุกอย่างเลยด้วยซ้ำ
สุดท้ายแล้ว ห้องที่ควรจะสะอาดขึ้น บางครั้งกลับรกขึ้นยิ่งกว่าเดิม เพราะขุดของออกมานั่งขำ แล้วเก็บกลับได้ไม่เหมือนเดิม open-mounthed smile

#1 By oMeGa-T on 2013-08-06 04:40