[...ในเงา "รัก"...]

posted on 29 Apr 2013 13:19 by mvbizkit directory Fiction, Diary, Idea

 

ลงวันที่ วันจันทร์ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๖

(ปีนี้ผ่านไปสี่เดือนแล้วเหรอเนี๊ยะ...เย้ยยยย...)

 

           โอเค...

           ฮาโหล...

           ฮาโหล...

           เทสต์...

           เทสต์...

           อะ...แฮ่ม..ๆๆ

           อืมมๆๆ...

           (...ลีลาจริงๆ...55+)

 

 

           สวัสดีค่ะ วันนี้ฉันจะมาแนะนำหนังสือสักเรื่องหนึ่ง (อันที่จริงฉันคิดและเตรียมการมานานแล้วที่จะแนะนำหนังสือสิบอันดับในใจตลอดกาล...แต่พอคิดแล้วคิดอีก...ฉันว่า...มันออกจะเยอะเกินไป ฮา.) สืบเนื่องจากคุณนักเขียนคนหนึ่งเคยกล่าวเอาไว้ “มันไม่มีหรอกหนังสือร้อยเล่ม พันเล่ม...ที่คนนั้นคนนี้ควรอ่าน...ลำพังแค่ตามอ่านงานของนักเขียนชั้นครูที่ลาโลกไปแล้ว...ไม่รู้เวลาทั้งชีวิตที่เหลือจะมีพอหรือเปล่า...มิพักยังไม่พูดถึงงานของนักเขียนเด่นๆ หน้าใหม่ๆ ในวงการ...” (คือ ฉันสรุปความคร่าวๆ คุณวาด รวี แกพูดไว้ประมาณนี้แหละค่ะ) จากที่คุณนักเขียนพูดมา...ฉันจึงสรุปเอาเองว่า...ไอ้ความดีเนี๊ยะ...มันก็คงเหมือนความสวยความหล่อ มันเป็นการให้ค่าที่ไม่สัมบูรณ์ (ใช้คำนี้ได้ไหมนะ?) ค่าของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน...มันเป็นมาตรฐานที่ขึ้นกับความพึงใจและประสบการณ์เดิมของแต่ละคน...เพราะอย่างนั้นคงต้องบอกว่าฉันมีหนังสือที่ฉันอ่านแล้วคิดว่าน่าสนใจถ้าวันใดหนึ่งหนังสือเล่มนี้เกิดผ่านตาผ่านมือเข้ามา คุณก็ลองอ่านดูนะคะ คุณคิดว่ามันน่าสนใจเหมือนกันหรือเปล่า?

 

 

            ฉันเคยคิด(เออ)เองว่า ฉันเป็นคนที่มีนิสัยการเลือกซื้อหนังสือแปลกๆ (ไม่รู้ว่าสืบเนื่องไปกับเรื่องอื่นในชีวิตด้วยหรือไม่ ฮา) บางครั้งรู้ทั้งรู้ว่าหนังสือเล่มนี้อยากได้...แต่เจอกี่ทีกี่ทีก็ไม่ยอมซื้อซะทีไม่รู้ทำไม...แล้วก็เอาแต่กลับไปฝันถึง...ว่าฉันอยากได้หนังสือเล่มนั้นจัง...และสำหรับหนังสือบางเล่ม...พลิกไปพลิกมาสองสามที...คิดได้อีกที ฉันก็ไปยืนรอจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์เสียแล้ว...(บ้าไหมล่ะคะ?) สำหรับหนังสือเรื่องที่จะแนะนำวันนี้ ถ้าฉันจำไม่ผิดเป็นหนังสือที่ออกมานานหลายปีแล้ว ครั้งแรกที่ฉันเห็นคงซักราวสองปีก่อนได้...มันเป็นหนังสือถูกห่อ (หนังสือถูกห่อ?) ร้ายไปกว่านั้นความรู้สึกแรก...ฉันไม่ชอบภาพปกเอาซะเลย มันเศร้าๆ ทึมๆ ยังไงชอบกล เป็นภาพอาร์ตที่ฉันไม่มีวันซื้อมาติดบ้านแน่นอน...และที่สำคัญหนังสือถูกแจงหมวดประทับเอาไว้ว่าเป็น “นิยายรัก” ซึ่ง (พูดกันตามตรง) ฉันเลิกอ่าน/ซื้อหนังสือประเภทประเภทนี้มาได้หลายปีแล้ว…ด้วยเหตุผลที่ว่า

 

 

            หนึ่ง.         มันเป็นหนังสือประเภทที่(ฉันรู้สึกว่า) ราคาแพงจัง

 

 

            สอง.          (ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า) ต้องยอมรับว่าวัยเรามันล่วงมาไกลเกินจะเสพเรื่องรักโรแมนติก ทำนอง...พระเอกไฮโซว์รวยแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย-นางเอกจนต๊อกต๋อยแต่มีจี้ที่ย่าทิ้งไว้ให้ก่อนตาย ไม่ก็คุณชาย-คุณหญิง ฝ่าฟันอุปสรรคความไม่เข้าใจ นางร้ายจิกตบจิกตบ พระเอกตบจูบตบจูบ ปิดฉากแต่งงานชีวิตสุขสันต์ ครองคู่ชู้ชื่น ฯลฯ พูดให้สั้นเข้า...ฉันแก่เกินจะสร้างวิมานในอากาศไปแล้วไง 55+

 

 

            เมื่อเวลาผ่านไป...ผ่านไปจนฉันลืมไปแล้วว่าฉันเคยอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ (อยู่เหมือนกัน) จนเมื่อต้นเดือนฉันก็ได้มาเจอหนังสือเล่มที่ว่าอีกครั้ง (คาดว่าเหลือค้างสต็อก เพราะยังเป็นฉบับพิมพ์ภาษาไทยครั้งแรก)

 

 

 

             เป็นนิยายเกาหลีค่ะ (ฉันเริ่มจะกลัวๆ ความเป็นเกาหลีแล้วนะเนี๊ยะ 55+ วัฒนธรรมกระแสรองเป็นเรื่องเล่นๆ ซะเมื่อไหร่) ชื่อเรื่อง “ในเงารัก” เป็นเรื่องราวความรักแบบแบบความรักทั่วๆ ไปที่เราๆ นึกถึงในแว๊บแรกนั่นแหละค่ะ ความรักที่มีต่อกันระหว่างคนสองฝ่าย คอนเซปต์ของเรื่องก็ตามภาพปกนั่นเลยคุณ...เป็นมุมมองด้านกลับของความรัก...ความรักใช่จะมีแต่สีชมพู หรือความสดชื่นรื่นรมย์อยู่ด้านเดียว...ในเมื่อความรักเป็นสิ่งที่นำไปสู่ด้านสว่างและสวยงามของชีวิต แน่นอนว่ามันก็สามารถนำไปสู่ความต่ำตมและมืดมนได้เช่นเดียวกัน...ในบทแรกๆ ที่ฉันอ่าน...ชั่วแว๊บหนึ่ง..ก็เกิดความคิดขึ้นว่า...เออ...ฉันจะซื้อหนังสือเล่มนี้มาทำไมเนี๊ยะ ประเด็นของเรื่องคืออะไรกันแน่นะ?

 

 

             จนแล้วจนรอด...ฉันก็อ่านเพลินๆ ไปเรื่อย...ผ่านไปบทแล้วบทเล่า จนมาบทท้ายๆ เรื่องราวที่ปูทางมาทั้งหมดเริ่มขมวดปมแน่นขึ้นจนหยุดอ่านกลางคันไม่ได้...ระหว่างนั้นก็เกิดคำถามกับตัวเองเป็นพักๆ...เฮ้ ฉันเคยเผลอทำอะไรแย่ๆ อย่างนั้นไปบ้างหรือเปล่า?

 

 

             หลังอ่านจบความเบ็ดเสร็จ...ฉันเศร้าไปราวสิบนาที...ฉันคิดว่านักเขียนที่เขียนเรื่องได้เก่งๆ นอกจากภาษาที่เป็นเครื่องมือแล้ว ส่วนหลักสำคัญที่เหลือน่าจะเป็น “ความจริง” หรือถ้าไม่ใช่ความจริงก็ต้องทำให้เรื่องนั้นคลับคล้ายคลับคลากับ “ความจริง” หรือคาบเกี่ยวกับ “ความจริง” ให้ได้มากที่สุด...

 

 

            ตัวเอกของเรื่องนี้...ไม่ใช่พระเอกหรือนางเอก หรือคนอื่นใดทั้งสิ้น...แต่เป็นตัว “ความหวาดระแวงและความไม่ไว้ใจกันและกัน”...ไม่น่าเชื่อว่ามันจะนำไปสู่เรื่องร้ายๆ อื่นๆ ได้มากมายอย่างคาดไม่ถึง...ฉันว่าถ้าไม่แสร้งจนเกินไป เรื่องที่ฟังดูจิ๊บจ้อยอย่างนี้มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคู่นั่นแหละ ไม่ว่าคุณจะแสดงออกหรือไม่แสดงออก หรือแสดงออกในรูปแบบอื่นๆ หรืออธิบายด้วยคำพูดอื่นๆ ก็ตาม...ความหวานหอมของความรักเราล้วนได้เห็นตัวอย่างกันมามากแล้ว ลองมาดูตัวอย่างของความขมขื่นของความรักที่ใครๆ ต่างก็มีโอกาสเผลอเรอสร้างมันขึ้นมาได้ด้วยความคิดของตัวเองบ้างไหม...ความรักมันไม่ใช่ของตายนี่น่า...เรื่องของความรักมันไม่มีสูตรฮาวทูสำเร็จรูปให้ดำเนินรอยตาม เราคงต้องตามหาสิ่งที่พอดีของแต่ละคนเอาเอง...มันบอกกันจำเพาะเจาะจงไม่ได้จริงๆ ว่าต้องทำยังไงหรือต้องทำยังไง...ไหม?

 

 

            นั่นเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้น...หลังจากที่ฉันอ่านหนังสือเรื่องนี้จบ...(ฉันเองมั่นใจว่าผู้เขียนต้องการแฝงความคิดหลายๆ อย่างกับคนอ่าน แต่คงเพราะฉันมีปมในใจกับเรื่องแนวนี้ละมั้งคะ ประเด็นนี้มันเลยโดดเด้งขึ้นมาชัดเป็นพิเศษสำหรับฉัน 55+)

 

 

            แหม๋...พอพูดถึง "ความรัก" ทีไร...ก็อดนึกถึงคำพูดของพี่ตูนไม่ได้เสียทุกทีไป...พี่แกพูดไว้ว่ายังไงน้า? ”ความรักเมื่อเกิดขึ้นแล้วมันย่อมสวยงามเสมอ ไม่ว่ามันจะจบลงแบบไหนก็ตาม”

 

 

 

 

ด้วยรักและคิดถึง

[MV] BiZKit

13:07 PM

 

             

              ปล. แต่เรื่องนี้มันเศร้าจริงๆ นะ อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรแย่ๆ แบบนั้นกับคนที่เรารักเลย...ขอบคุณมากที่รักกัน... (เพราะหมดจากเธอ ก็ไม่มีใครแล้วจริงๆ 55+ ....-อ๊ากกกส์ส์!!!!! โดนโบกไปแปดห่ากระบุง-...)  

           

           

               

Comment

Comment:

Tweet

ผมเคยรู้จักกับความรักครับ..
ก่อนที่จะห่างเหินกับคำคำนี้ไปจนกระทั่งวินาทีนี้
แต่ผมยังเชื่อและศรัทธาในคำคำนี้เสมอ..
ไม่ว่ามันจะออกหน้าทุกข์ หรือ สุข เพียงไหน
ถึงแม้ตอนจบจะไม่ได้ออกมาดี..
แต่ก็ยังมีแง่ดีในอดีตให้คิดถึงตลอดเวลาใช่ไหมครับ?
โปรยมาซะน่าสนใจทีเดียว
คิดว่าจะลองหามาอ่านดูบ้าง..
ปล. ยังจำกันได้อยู่ไหมนะ..

#3 By .. e d i C i u s .. on 2013-06-20 10:28

Hot! Hot!

#2 By dp on 2013-05-13 17:05

ผมเองยังพอจดจำสิ่งที่ความรัก ทำให้ตัวเองรู้สึกได้อยู่บ้าง... หลังจากที่เพิ่งยุติบทบาทของมันลงไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว
ต้องยอมรับว่า หนังสือที่ครูวีแนะนำผมเองยังไม่เคยอ่าน ยังไม่เคยผ่านตาด้วยละครับ ปกติผมจะไม่ค่อยแวะดูโซนนิยาย...
แต่ตอนนี้ผมคิดว่าเข้าใจไอ้เจ้าสิ่งที่เราเรียกว่า ความรัก มากขึ้นแล้วละครับ เสียดายที่มันไม่ยอมให้เราทำความเข้าใจมันอย่างง่ายๆเสียแต่ทีแรก(หรือเป็นเราเองผมก็ไม่มั่นใจ ที่ไม่ยอมรับความเรียบง่ายจริงๆที่มันเป็น)
ถ้ามีโอกาสจะลองเดินไปดูโซนนิยาย เผื่อมีโอกาสหยิบซื้อมาอ่านบ้าง ผมคิดว่าประสบการณ์ที่นำไปสู่ความชื่นชมเพราะความรักยังไม่มากมายอะไร แต่จะใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่เพื่อท้าทายกับความขมชื่นเหล่านั้น ก็คงหนักหนาเกินไปสำหรับผม
ขอบคุณนะครับสำหรับคำแนะนำหนังสือที่น่าสนใจอีกเล่มนึง ขอเม็มไว้ในหน่วยความจำอันน้อยนิดก่อนละครับ sad smile
Hot! Hot! Hot!

#1 By The Synapse on 2013-04-29 20:49