เรื่องมันเริ่มมาจาก....ฉันเข้าส้วม...

 

            “....ผมไม่ปฏิเสธชีวิตออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียหรอกนะ แต่นั่นน่ะ ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้นเลย ชีวิตที่ต้องติดต่อคนอื่นอยู่ตลอดเวลา คุณไม่มีสมาธิพอที่จะคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้จบ จริงอยู่ที่เรามีสิ่งแวดล้อมเป็นจอคอมพ์ เป็นแป้นคีย์บอร์ด เป็นเพื่อนออนไลน์คนอื่นๆ แต่ถ้าเรื่องพวกนี้มันมากเข้า ก็จะไปทำลายสมดุลเรื่องสมาธิ”

โมริโนซุเกะ คาวากูชิ : OTAKU of the World
GM Mag / vol.27 / Oct 2012

 

 

เรื่องมันเริ่มมาจาก...ฉันกลับมาเล่นเฟสบุ๊คอีกครั้ง.... 

 

           หลังจากที่ฉันเลิกเล่นไปกว่าสองปี ด้วยอาการเบื่อ เบื่อ และเบื่อ ในที่สุดอาทิตย์ก่อนฉันก็กลับมาเสพมันอีกครั้งด้วยความกระหายใคร่รู้ว่าผู้คนเขาทำอะไรกันอยู่ และใครต่อใครไปถึงไหนกันแล้ว...และฉันก็พบว่า...

 

          + เพื่อนฉันบางคนกลายเป็น เซเว็บฯ ไปแล้ว (ceWEBrity:คนดังในโลกไซเบอร์) แนวที่มีคนตามเป็นหมื่นๆ แค่เพื่อนขยับตัวนิดนึงก็มีคนกดไลค์หลายร้อย ฉันเกิดความสงสัยเป็นพัลวัน อะไรของมันกันนี่ ฉันรีบบุกไปที่บ้านเพื่อนอย่างด่วนๆ ด้วยความคาดหมายว่าจะเห็นเพื่อนในลุคเกาหลีสไตล์นั่งอัพฯ สเตตัส จิบกลูต้าไธโอนอยู่ชิลๆ...การกลายเป็นว่า...เพื่อนกำลังง่วนกับการถูบ้าน (แม่มันใช้แกมบังคับ) และสีผิวของเพื่อนก็ยังคมเข้มอยู่ไม่เสื่อมคลาย...ฉันคลายใจลงมาก เพราะเพื่อนตัวเป็นๆ มันก็ยังเป็นคนเดิม แบบเดิ้มเดิม ลักษณะการพูดการจา พฤติกรรมและทัศนคติต่างๆ  และเราก็ขำกันท้องคัดท้องแข็งเหมือนเดิมในวันที่พวกเราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง 55+ ....ในโลกออนไลน์สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่มีอยู่จริง (ก็ได้นะ/มั้ง)

 

           + ตอนนี้ฉันเริ่มเบื่อแล้วละที่จะนำเสนอชิวิตอันไม่มีสาระอะไรของตัวเองและคอยติดตามความเคลื่อนไหวในชีวิตของผู้คน หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันคิดว่าฉันได้ทักทายเพื่อนๆ ที่ไถ่ถามหากันครบแล้วกระมัง แค่สะกิดให้เพื่อนรู้ว่าเรายังมีกันและกันอยู่บนโลกใบนี้นะเพื่อน...ภาระกิจของฉันก็คงมีแค่นี้..ตอนนี้ฉันกำลังให้ความสนใจบางเพจที่นำเสนอความคิดและไอเดียกระฉูดๆ แบบที่ว่าเสพแล้วสะอึกกันไปข้าง...ตอนนี้พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของฉัน จึงออกมาในรูปแบบ “ปิดการแชทแล้วท่องไปในโลกกว้าง” (กลัวเขาเห็นว่าวันๆ แดมไม่ไปไหนมาไหน งานการไม่ทำ อะไรประมาณนั้นค่ะ ฮา)

 

            + และสุดท้าย...ฉันพบว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วย...แรงเงา...ทั้งแบบดราม่าและแบบชีวิตจริง LoL

 

เรื่องมันเริ่มมาจาก...ฉันไม่ได้อัพบล็อคนานแล้ว


              ฉันรู้สึกว่าในเฟสบุ๊คไม่เหมาะกับการอ่านอะไรยืดยาว...ทุกอย่างต้องมาไวไปไว...ถ้าคุณช้าเกินไปก็ไม่ทันกินเขาแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันยังคงมาปรากฏตัว (/เสนอหน้า) ที่นี่ ที่เอ็กซ์ทีนอยู่เป็นระยะๆ ที่นี่เป็นที่ๆ ฉันสามารถเอ้อระเหยลอยชายไปได้เรื่อยเปื่อยตามอารมณ์ แม้มันจะจัดเป็นของสาธารณะแต่ก็มีความเป็นส่วนตัวให้ในระดับหนึ่งขึ้นอยู่กับ จขบ.เองว่าอยากจะมีความส่วนตัวอยู่ในระดับไหน ก็จัดเอาตามใจว่า...เอาง่ายๆ ว่า แม้จะเป็นโซเชียลมีเดียเหมือนกันแต่ก็ให้อารมณ์ที่ต่างกันเพราะมันไม่เหมือนกัน (เริ่มจะงง -*-) ปีนี้ (ข่าวว่าปีนี้เหลืออีกสองเดือน -*-) ตั้งใจว่าจะอัพฯ เรื่องให้มากขึ้น แวะไปเยี่ยมเยียนและยลงานของเพื่อนๆ ให้บ่อยขึ้น...(แม้จะรู้สึกว่าหลายคนย้ายไปตั้งรกรากอยู่ที่เฟสฯ ซัคเคอร์เบิร์กกันเยอะขึ้นก็เถอะ)  

 

 

 [MV] BiZKit 

 

 

***********************************

 

แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันเริ่มมาจาก...ฉันคิดถึงเธอ...

 

***********************************

 

 

เสริมฯ 

 

           ช่วงนี้เหมือนชีวิตเข้าสู่ช่วงปรับเปลี่ยนบางอย่าง หลังจากที่นิ่งเอื่อยมานาน และหลายอย่างก็เกิดประจวบเหมาะกันพอดิบพอดี...ช่วงนี้ฉันเริ่มหันมาสนใจอะไรๆ ที่เป็นญี่ปุ่นๆ อีกครั้ง >> อาทิตย์ก่อนฉันได้ไปงานหนังสือ >> ฉันได้หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของญี่ปุ่นในมุมที่ไม่ค่อยมีใครนำเสนอติดไม้ติดมือกลับมาด้วย >> ฉันจึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วโอตาคุ คืออะไรกันแน่ (ฉันเคยคิดมั่วๆ เอาว่า “โอตาคุ”คงเป็นตัวละครที่มักจะเก็บตัวอยู่ในบ้าน ในห้องมืดๆ ทึมๆ นั่งเล่นเกมอย่างจริงจังอยู่ลำพัง ไม่สุงสิงกับใคร ไม่ชอบไปโรงเรียน สุดท้ายหัวหน้าห้องซึ่งเป็นตัวเอกต้องไปตามให้กลับมาเรียนและเข้าสังคมอีกครั้ง ซึ่งฉันก็มั่วจริๆ แหละ ฮา)  >> ช่วงนี้ฉันเกิดบ้านิตยสารขึ้นมาดื้อๆ จากเดิมไม่เคยสนใจเพราะรู้สึกว่าเป็นของรกบ้าน >> และแล้ว เดือนก่อนก็พบว่า ฉันซื้อนิตยสารไปตั้งห้าหกเล่ม >> และหนึ่งในนิตยสารเหล่านั้นมีบทสัมภาษณ์ของคุณโมริโนซุเกะ ที่ว่ากันว่า เขาเป็นโอตาคุหมายเลขหนึ่งของญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว >>  ฉันรู้สึกว่า...ผับเผื่อยเถอะ คนเรา (แดม) เป็นอะไรก็ได้นิ แค่เราสนใจและใส่ใจมันอย่างจริงๆ จังๆ นั่นต่างหากที่สำคัญ และมันคือวิถึแห่ง...โอตาคุ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ยังไงอารมณ์ของ exteen ก็แตกต่างจาก Fb อยู่ดี
สัมคมใน exteen มันมีมิตรภาพของคนแปลกหน้าที่ดูอบอุ่นมากกว่า สังคมใน Fb มันดูฉาบฉวยไป ^^
แค่ความคิดเห็นส่วนตัวล้วนๆ

#7 By ThE BaLL on 2012-11-05 11:34

คิดเหมือนกันเลยครับ เวลาอยากจะเขียนอะไรยาว ๆ ผมก็จะใช้ที่นี้ฝึกเขียนดู

ส่วนเฟซบุ้ค หลัง ๆ ไม่ได้อัพสเตตัสเลยครับ เอารูปลงอย่างเดียว

ขอต่อไปถึงทวิตเตอร์ อันนั้นยิ่งกว่าอีกฮะ ทุกสิ่งทุกอย่างไปเร็วมาก ตามแทบไม่ทัน

ผมยังอ่านบล็อกคุณอยู่เสมอ ไว้มาเขียนอีกนะครับ big smile

#6 By keaaaa on 2012-11-04 21:28

ขนาดเราไม่ค่อยมีเพื่อนในเฟส ยังไม่ค่อยอยากจะเข้าเลย
เหอะๆๆๆๆ

#5 By oui's memo on 2012-11-02 20:01

ขณะอยู่ในงานหนังสือแห่งชาติ..ตาก็เหลือบเห็นป้ายที่เขียนว่า..การเขียนทำให้เรามีตัวตน..หลังจากนั้นความคิดเปลี่ยนเลยครับ..
ยินดีต้อนรับกลับครับ

#3 By iamdozenist on 2012-11-01 22:17

เราก็ใช้เฟซมากกว่าบล็อคนะ
แต่บางทีก็เบื่อๆอ่ะ
ไม่อยากทำไร มันเหมือนมีคนจับตามอง
ช่วงนี้เลยย้ายมาทวิตเตอร์กะบล็อคมากขึ้น
เพราะรู้สึกมันเป็นโลกของเราดี
คิดไงก็พิมพ์เลย เฉยๆ ชิลๆ
ไม่ต้องปรุงแต่ง
: )))

#2 By Takoyahoya on 2012-11-01 17:13

เยอะครับ คนไปอยู่ที่เฟสมากกว่า บล๊อค ก่อนที่มันจะร้าง

#1 By dp on 2012-11-01 16:43