[และแล้วก็...ผ่าน(พ้น)ไป]

posted on 11 Sep 2012 18:17 by mvbizkit directory Diary, Idea

 

              

               ความเดิมตอนที่แล้ว  CLICK1  / CLICK2


              อืมมมมมม...ในที่สุด...งานสอนฝรั่งโปรเจ็คพิเศษก็เสร็จสิ้นแล้วววววว...ย่าฮู้ๆๆๆๆ...ดีใจสุดๆ ที่งานนี้สำเร็จไปได้...ด้วยดี...(ถึงแม้ว่าจะมีงานอีกพะเร้อเกวียน...รออยู่...งีมๆๆ งำๆๆ -*-) ….เวลามันช่างเดินไวจริงๆ เลยคุณ...แป๊ปๆ แว็บๆ ก็สองสัปดาห์เข้าให้แล้ว...คราวหะแรก...ก็ (แอบ) คิด (ตามประสาคนทำงาน...ที่คิดว่า งานคืองาน...) เอ๊ะ...สองสัปดาห์ทำไมช่างแลดูยาวนาน...พอเอาเข้าจริง...ยังไม่ทันคิดจบดี...พาเด็กๆ ไปนู่นมานี่ พาไปซื้อของ พาไปกินข้าวโต้รุ่ง และบลา บลา บลา...อ๋อ แล้วก็เรียนด้วย...(อย่างสุดท้ายนี่ประเด็นเลยค่ะ เดี๋ยวจะว่าฉันพาเด็กเที่ยวเตร่อย่างเดียว...จริงๆ สาระก็มีอยู่นะ ฮา) ก็หมดหลักสูตรซะแระ...อืม อืม...

 

 

 

              วันนี้ปิดคอร์ส แน่นอนว่าต้องมีทดสอบความรู้กันด้วย...น้องๆ ก็จริงจังมากอ่ะ จนฉัน (คล้ายๆ) รู้สึกผิด -*- ...ทำนอง...”พี่เมื่อหนูนอนดึกมากค่ะ ทบทวนบทเรียนเตรียมตัวสอบค่ะพี่”...(โอ เจริญพรค่ะ น้อง 55+)...บางคนตอนสอบพูดนะคุณ ตื่นเต้นสุดๆ มือไม้สั่น เก็บอาการไม่อยู่กันเลย เขินหน้าแดงงี้ก็มี (จะเขินทำไมเนี๊ยะ...ก็แค่สอบกันสองต่อสองเท่านั้นเอง ฮา) มีน้องชายคนหนึ่งหยิบได้คำถาม...เมืองเบอร์ลินอยู่ที่ประเทศไหน?...น้องคิดนานมาก ตอนแรกทำหน้างง...แต่สุดท้ายพอให้เวลาน้องครุ่นคิดความหมาย...น้องฮาก๊ากกกกเลยทีเดียวค่ะ...(นี่ถ้าตอบไม่ได้ แนะนำให้เก็บกระเป๋ากลับบ้านด่วนๆ)

 

 

 

               จริงๆ แล้วการสอบพูด หรือสอบปากเปล่าอย่างนี้สำหรับเด็กเยอรมันแล้ว...ล้วนเป็นเรื่องที่แสนคุ้นเคยมากๆ...ถ้าใครไปเรียนต่อเยอรมัน ต้องเจอแน่นอนค่ะการสอบแบบนี้...ซึ่งอาจเป็นการอธิบายสิ่งที่เรียนมาให้ อ.ฟัง เพื่อเช็คความเข้าใจ...การสอบแบบนี้ของไทยคงไม่ค่อยมี...(อันนี้ไม่นับร่วมพวกไปท่องกาพย์กลอนหรือขับเสภาฯ ให้คุณครูฟังนะคะ)

 

 

 

               ฉันว่าการสอบแบบนี้ก็ดีนะ สามารถเช็คความเข้าใจของเด็กได้ บางครั้งคำตอบสุทธิก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเสมอไป ขั้นตอนและกระบวนการน่าจะสำคัญว่า (เพื่อนฉันเคยเล่าให้ฟังว่า เรียนคณิตที่เยอรมัน อ. จะไม่ตรวจคำตอบ จะตรวจวิธีทำ เพราะคำตอบกดเครื่องคิดเลข หรือใช้อุปกรณ์เสริมได้ แต่ขั้นตอนถ้าคิดผิด อาจออกทะเลไปไกลได้) อย่างภาษาต่างประเทศ ถ้ามีสอบแบบนี้จะเช็คได้ชัดเจนเลยว่าการใช้ภาษาของเด็กเป็นยังไง...แต่ก็อย่างว่าละค่ะ บริบทของไทยค่อนข้างโหดหน่อย...เด็กห้องหนึ่งห้าหกสิบคน ถ้าสอบปากเปล่าทุกวิชา ทั้งเทอมคงไม่ต้องทำอะไรกันพอดี...ก็เสนอเป็นไปเดีย แล้วกันค่ะ...

 

 

 

                 และแน่นอนค่ะในคอร์สหนึ่งๆ ก็มักจะมี นร. ที่มีรังสีออร่าเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าชาวบ้านอยู่เสมอ อันที่จริงไม่ได้เป็นเพราะอะไรค่ะ เพียงแค่สนใจและเห็นความสำคัญของสิ่งที่เรียน อย่างพวกภาษาถ้าเรียนแล้วได้เอาไปพูดเอาไปใช้ ยังไงก็ทำได้ (และกรณีของเด็กเหล่านี้ สถาณการณ์มันบังคับ เพื่อความอยู่รอด ฉันต้องพูดภาษาไทยให้ได้!!) ซึ่งในคลาสนี้ก็มีน้องสาวคนหนึ่งทำได้ดีมากๆ การถามตอบในห้อง-นอกห้อง ความเข้าใจต่างๆ ซึ่งฉันสังเกตมาตั้งแต่แรกสอนแล้ว...และมั่นใจว่าน้องคนนี้ตัวเก็ง ชัวร์ และพอสอบจริงน้องก็ทำได้ดีมากๆ เลยค่ะ ตอนสอบพูด ฉันก็ถามนู่นนี่ บางทีถามนอกเรื่องไปเรื่อย (แต่ก็อยู่ในประเด็นนะ อืมๆ) น้องก็ตอบได้หมดเลยค่ะ ฟังรอบเดียวรู้เรื่องเลย เก่งมากๆ ค่ะ (ขอปรบมือให้ดังๆๆๆ ไปเลยจ้าาา) คนเยอรมันทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก ฮา (คุ้นๆ มะค่ะ? 55+)

 

 

 

               ฉันขอพูดสักเล็กน้อยนะคะ ไอ้เรื่องการเห็นความสำคัญของสิ่งที่เรียนเนี๊ยะ...ฉันว่าเป็นประเด็นแรกที่ควรคำนึงถึงนะ (ใช้ศัพท์อลังฯ ไปไหนเนี๊ยะ -*-) วันก่อนฉันพาฝรั่งไปเยี่ยมชมโรงเรียนแบบไทยๆ (เดี๋ยวนี้พูดอะไรก็ต้องมีสร้อยคำ ....แบบไทยๆ ห้อยท้ายด้วย...เพราะอิฉันไม่มีคำอธิบาย ฮา+) คือฉันว่ากิจกรรมนี้มันเป็นประโยชน์ทั้งกับน้องๆ อาสาสมัครเอง และเป็นประโยชน์กับนักเรียนไทยด้วย...ก็เลยเลือกกิจกรรมนี้ เพราะเด็กฝรั่งบางคนก็ต้องไปทำงานที่โรงเรียนตามต่างจังหวัดจริงๆ

 

 

 

                 ฉันเลือกพาไปโรงเรียนขนาดเล็กค่ะ โรงเรียนขนาดใหญ่ไปแล้วกลัวฝรั่งช็อค เพราะพิธีกรรมอาจเยอะจัด ฮา) มีนักเรียนคนหนึ่งเห็นฉันพูดกับฝรั่งน้ำไหลไฟดับ (คืออันที่จริงฉันก็มั่วๆ ไปค่ะ พูดกับเจ้าของภาษาคิดอะไรได้พูดไปเถอะ มันเป็นเจ้าของภาษานิ มันเข้าใจเราอยู่แระ ผิดบ้างมั่วบ้าง ฉันไม่แคร์ สื่อสารกันรู้เรื่องเป็นพอ  55+) นักเรียนถามว่า...”ทำไมพี่ถึงพูดกับฝรั่งได้ครับ?” สิ้นคำถามเหมือนมีอะไรแสงว้าบแล่นเข้ามาในหัว...ฉันตอบไป นร. ว่า “พี่ก็เรียนภาษาไงคับ พี่เลยพูดกับฝรั่งรู้เรื่อง แล้วเราล่ะ ได้เรียนไหมคับ ภาษาอังกฤษน่ะ?” นร. ตอบดังฟังชัด “ได้เรียนคับ ได้เรียน”

 

 

 

                   ไม่รู้สิฉันรู้สึกว่า นักเรียนอาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วประโยชน์หลักๆ ของการเรียนภาษา ก็คือทำให้เราพูดหรือสื่อสารกับคนชาติอื่นๆ ได้ นักเรียนอาจคิดแค่ว่า...เรียนภาษาเพราะโรงเรียนให้เรียน...สำหรับเด็กโตอาจคิดว่า เรียนภาษาเพราะเอาไว้ทำข้อสอบ (GAT / PAT / O-Net / A-Net / Mid-term / Final ฯลฯ) ภาษาเป็นวิชาวิชาหนึ่ง... หรือเผลอๆ ครูอาจคิดอย่างนั้นด้วยเลยพาลคิดกันไปว่า...เรียนภาษาเพื่อการสอบ...ไม่ใช่เรียนภาษาเพื่อการสื่อสาร(กับคนต่างด้าว)...อะไรๆ มันเลยผิดเพี้ยนไปหมด ตั้งแต่กระบวนการสอนไปจนถึงกระบวนการเรียน...เลยทำให้เกิดปัญหาว่า ทำไมเด็กไทยเรียนภาษากันเป็นสิบๆ ปีแล้วพูดไม่ได้ กลัว ไม่กล้าพูด...มันก็เป็นแค่สมมติฐานจากมุมมองของฉัน...เท่านั้นเอง...ค่ะ  

 

 

 

 

พอเหอะ จะอัพฯ…
...ยาวไปไหน ?!?!

[MV] BiZKit

 

 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากน่ะค่ะ big smile

เหอๆ ก็เหนคุยกะผรั่งข้างล่างน่ะค่ะ
ก็เลยคิดว่าต้องเก่งอังกฤษด้วย
แต่ฝรั่งในที่นี้หมายถึงคนเยอรมัน เหอๆ

เป็นครูสอนเยอรมันเหรอค่ะ ดีจังน่ะค่ะ
ที่จริงแล้วก็อยากเรียนหลายๆ ภาษาเหมือนกัน
แต่ไม่ไหว แหะๆquestion

#4 By oui's memo on 2012-11-12 14:56

ขอสารรูปค่าา...เรื่องที่เล่าในเอนทรี ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอะค่าา คือสอนคนเยอรมันอะคะ ....ข้าพเจ้าเองก็มิได้เก่งกาจอะไรหนักหนาในภาษาอังกฤษหรอกค่ะ ไม่บังอาจเป็นที่ปรึกษา แต่ว่าถ้าหากมีอะไรพอจะช่วยได้ก็ยินดีค่าาา...ส่วนประโยคที่ถามมา ใช้ว่า My painting has no meaning. / There's no meaning in my painting. ก็ได้ค่ะ big smile

#3 By [MV] biZKit on 2012-11-12 12:44

ช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เราหน่อยได้ไหม 555
(มีคนช่วยให้คำปรึกษาแล้ว555)
คือว่า คำบางคำไม่รู้จริงๆ น่ะ
ถ้าจะพูดว่า "รูปวาดของฉันไม่มีความหมาย"
ต่้องพูดว่าอะไรเหรอ?embarrassed
คือตอนเรียนเอาแต่ท่องศัพท์อย่างที่บอก 555
ไม่ได้ท่องวิธีใช้เลยนิ
เลยแบบว่า snakeๆfishๆ อย่างทุกวันนี้
ขอบคุณที่มาคอมเม้นท์ให่้เราน่ะค่ะsurprised smile

#2 By oui's memo on 2012-11-12 00:39

big smile Hot!

#1 By dp on 2012-09-11 23:44